บทความ

เรื่อง : ลงทุนกับการขายฝากแบบไม่ยากและไม่เสี่ยง

 ลงทุนกับการขายฝากแบบไม่ยากและไม่เสี่ยง
ลงทุนกับการขายฝากแบบไม่ยากและไม่เสี่ยง

เครดิตภาพจาก propertyinvestmentmentor.com

ลงทุนกับการ “ขายฝาก” แบบไม่ยากและไม่เสี่ยง

ทางเลือกของผู้รับซื้อฝากทั่วไปในไทยเรานั้น มักพบกันเสมอว่า ผลตอบแทนจะผกผันกับความเสี่ยง คืออยากได้ผลตอบแทนมากก็ต้องเสี่ยงมาก ถ้าไม่ค่อยอยากเสี่ยงก็ต้องไปฝากธนาคาร

แต่การฝากประจำที่ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าแบบอื่นๆนั้นก็น้อยนิด ช่วงที่เขียนนี้ก็ราวๆ 1.25% ต่อปี สำหรับการฝากประจำ 1 ปีในธนาคารใหญ่ๆ ถึง 2% สำหรับการฝากประจำ 5 ปีในธนาคารเล็กๆ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อเสียอีก

ทางเลือกอื่นๆก็เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือ หุ้นกู้บริษัทเอกชนต่างๆนั้น ส่วนใหญ่ก็ให้ผลตอบแทนกันประมาณ 2% - 4% ต่อปี ขึ้นกับระดับความมั่นคงทางการเงินของบริษัทนั้นๆ ที่สะท้อนผ่าน “เรตติ้ง” เช่นหุ้นกู้ระดับ AAA ก็มั่นคงกว่าแต่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้นกู้ระดับ A- และระดับ BBB เป็นต้น

หุ้นกู้บริษัทไหนที่ให้ผลตอบแทน 4% - 5% ก็มักเป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงอยู่บ้างที่จะเกิดการผิดนัดชำระหนี้ (default) ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วผู้ซื้อหุ้นกู้ก็ไม่ได้อะไรกลับมาอยู่ในมือเลย

อีกทางเลือกคือกองทุนรวมต่างๆที่ระดมเงินเราไปกระจายซื้อหุ้นหลายๆตัว จากที่ผ่านมาก็พบว่าหากเจอปีที่หุ้นขึ้นดีก็ดีไป แต่หากเจอปีที่หุ้นลงก็ติดลบตามไปด้วย หากใครไม่สามารถถือรอหลายๆปีให้เจอปีที่หุ้นดีจริงๆหรือดีติดกันหลายปีได้ ก็จะต้องขาดทุนกันไป ถือว่ามีความเสี่ยงขึ้นมาอีกระดับ

หรือถ้าใครจะไปจับหุ้นเองไม่ต้องผ่านกองทุน ก็ยิ่งเสี่ยงหนัก เพราะอาจไปเผลอตามกระแสข่าวเล่นหุ้นร้อน โดยไม่ได้ศึกษาให้ละเอียดก่อน หรือไม่ก็ซื้อหุ้นตัวเดียวมากเกินไป เมื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นกับบริษัทนั้นๆ ทำให้ราคาหุ้นตกวูบ ก็ขาดทุนมากมายตามไปด้วย

หากจะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เช่นที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ คอนโดฯ หรือ ฯลฯ ก็ต้องพร้อมที่จะมีภาระผูกพันระยะยาวอยู่กับอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เพราะไม่ใช่จะซื้อขายเปลี่ยนมือกันแบบมีกำไรได้ง่ายๆกันแล้วในยุคนี้ ยิ่งถ้าคิดจะปล่อยเช่าก็ยิ่งยุ่งยากเพราะต้องไปหาผู้เช่าและดูแลเก็บค่าเช่าเรื่อยๆ

บางคนคิดว่าการปล่อยกู้เองเป็นทางเลือกที่ดี ได้ผลตอบแทนสูง …แต่อย่าลืมว่าความเสี่ยงนั้นสูงมาก เช่นหากลูกหนี้หนีไปก็ไม่ได้อะไรกลับมา บางคนคิดว่าก็ให้ลูกหนี้นำที่ดินหรือบ้านมาค้ำประกันไว้ก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วผู้รับซื้อฝากจะประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่มาค้ำนั้นได้ดีแค่ไหน ? จะหาลูกหนี้ที่ให้ดอกสูงพอกับความต้องการได้อย่างไร ? ...และถ้าอยากจะเลือกที่ดินที่จะมาค้ำประกันให้ถูกใจ เผื่อว่าสุดท้ายลูกหนี้ไม่ชำระคืน อย่างน้อยก็ยังได้ที่ดินแปลงนั้นไว้เป็นกรรมสิทธิ์ จะทำอย่างไร ?

2 ทางเลือกสุดท้ายนี้ (ลงทุนอสังหาฯ VS ปล่อยกู้ฯ) หากนำมารวมกันได้ก็น่าสนใจไม่น้อย ! ซึ่งคำตอบของการรวมกันนั้นมีอยู่แล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบ ว่าก็คือการ “ขายฝาก” นั่นเอง โดยฝ่ายผู้รับซื้อฝากจะถูกเรียกว่า “ผู้รับซื้อฝาก”

งานนี้หากผู้ขายฝากนั้นคืนเงินตามกำหนดได้ ทางผู้รับซื้อฝาก(ผู้รับซื้อฝาก)ก็ถือว่าได้ผลตอบแทนในฐานะ “ผู้ปล่อยกู้” ไป แต่หากผู้ขายฝากนั้นไม่สามารถคืนเงินได้ ทางผู้รับซื้อฝากก็ได้อสังหาริมทรัพย์ในสัญญาไปครอบครอง ซึ่งผ่านการคัดกรองและประเมินแล้วว่าคุ้มกับมูลค่าหนี้นั้นๆ จึงสร้างมั่นใจสบายใจให้กับผู้รับซื้อฝากได้มาก

การ “ขายฝาก-ซื้อฝาก” ที่ว่านี้ จะยิ่งน่าสนใจอย่างมาก ถ้าหากมีตัวกลางมาช่วยรวบรวม คัดกรอง และนำเสนอทางเลือกต่างๆก่อนที่ผู้รับซื้อฝากจะตัดสินใจ แถมตัวกลางนั้นยังช่วยหาผู้ประเมินอสังหาริมทรัพย์ระดับมืออาชีพให้ และประสานงานขั้นตอนต่างๆ ด้วยค่าธรรมเนียมสุดประหยัด

ล่าสุดมีบริษัทมารับบทบาทนี้แล้ว ในชื่อ Zazzet (ซีแอซเซ็ท) โดยนำเสนอในรูปแบบเว็บไซต์ ให้ผู้รับซื้อฝาก (ผู้รับซื้อฝาก) ได้เข้าไปเลือกอย่างสะดวกสบาย ว่าสนใจข้อเสนอดอกเบี้ยขอกู้และอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันของ “ผู้ขายฝาก” รายไหนได้ และยังช่วยประเมินราคาที่ดินหรืออาคารต่างๆให้โดยมืออาชีพด้วย

บริการ “ซีแอซเซ็ท” จึงเป็นตลาดลงทุน-ที่ดินแบบดิจิตัล ที่ทั้งสะดวกสบายและน่าเชื่อถือ เพราะอยู่ในเครือบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารอย่าง สามารถคอร์เปอเรชั่น ฉะนั้นคนไทยที่สนใจการลงทุน จึงควรต้องเข้าไปทำความรู้จักและสำรวจ www.zazzet.com กันอยู่เสมอ ตั้งแต่ต้นปี 2017 นี้เป็นต้นไปเลย !